อาการอาหารเป็นพิษโรคยอดฮิตในช่วงฤดูร้อน อาหารเป็นพิษ ภาวะที่เกิดจากรับประทานอาหาร หรือน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียเข้าไป ทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องและท้องเสียถ่ายเหลวตามมา

อาการแบบนี้สงสัย “อาหารเป็นพิษ”

-มีไข้ ปวดศีรษะ
-คลื่นไส้ อาเจียน
-ปวดท้อง
-ถ่ายอุจจาระบ่อย เกินวันละ 3 ครั้ง
-ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว
-มีอาการสูญเสียน้ำ เช่น เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย กระหายน้ำ

วิธีการดูแลตนเองเมื่ออาหารเป็นพิษ

โการรักษาอาการอาหารเป็นพิษ โดยปกติอาการดังกล่าวจะหายได้เองภายใน 24-48 ชั่วโมง โดยให้รักษาตามอาการ

ท้องเสียต้องจิบ เกลือแร่แก้ท้องเสีย ORS ห้าม!จิบเกลือแร่สำหรับนักกีฬา

-ดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ และรับประทานยาแก้คลื่นไส้
-งดอาหารเผ็ด-เปรี้ยวจัด อาหารประเภทนม ผลไม้ อาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารหมักดอง
-รับประทานอาหารปรุงสุก ทานอาหารเหลว ย่อยง่าย
-ดื่มน้ำสะอาดมากๆ พักผ่อนให้มากขึ้น งดการทำกิจกรรมหนัก
-หากอาการไม่ดีขึ้น มีอาการท้องร่วงรุนแรง มีไข้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
-เลือกทาน ช่วยป้องกัน อาหารเป็นพิษ เมนูอะไรบ้าง? ที่กินแล้วเสี่ยง อาหารเป็นพิษ

อาหารที่มีกะทิ เช่น แกงต่างๆ ขนมหวานที่ใส่กะทิ หรือราดน้ำกะทิ ซึ่งเป็นเมนูที่เสียง่ายทั้งนั้น
ส้มตำ และยำต่างๆบางร้านอาจใช้ปลาร้าไม่ได้มาตรฐาน ถั่วลิสงขึ้นรา กุ้งแห้งใส่สี ก็อาจทำให้ผู้รับประทานเกิดอาการอาหารเป็นพิษได้
ขนมจีนน้ำยาต่างๆ เส้นขนมจีนทำมาจากแป้ง และบูดง่าย รวมถึงน้ำยากะทิก็เก็บได้ไม่นาน และผักเครื่องเคียงที่ทานสดๆ ก็อาจจะล้างไม่สะอาดพอ
อาหารทะเล ควรเลือกสดๆ และปรุงให้สุก หากพบมีกลิ่นเหม็นคาว หรือสีผิดปกติไป ไม่ควรรับประทานเด็ดขาด
สลัด การทานผักสดๆ มีโอกาสได้รับเชื้อโรคที่ติดมาจากขนส่งหรือภาชนะที่ใส่ ดังนั้นควรล้างผักด้วยน้ำให้สะอาดก่อนรับประทานเสมอ
น้ำและน้ำแข็ง กระบวนการทำน้ำแข็งบางครั้ง อาจไม่สะอาด มีผงหรือเศษฝุ่นต่างๆ ติดอยู่ในก้อนน้ำแข็งทำให้เป็นอันตรายต่อลำไส้ และระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหารได้
ในช่วงที่อากาศร้อนแบบนี้ การรับประทานอาหารควรยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” หลีกเลี่ยงอาหารที่เสียง่าย หรือไม่สุก เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ซึ่งจะเป็นการป้องกันอาหารเป็นพิษได้ ที่สำคัญควรล้างมือให้สะอาด ก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง