นายกรัฐมนตรีอเล็กซานเดอร์ ชาลเลนแบร์ก แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าปัจจุบัน 65% ของประชากรในออสเตรีย ที่มีจำนวนประมาณ 8.9 ล้านคน ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบแล้ว อย่างไรก็ตาม สถิติดังกล่าวถือว่าอยู่ในอันดับท้ายตาราง เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคยุโรปตะวันตก

ทั้งนี้ แผนยุทธศาสตร์ตอบสนองต่อโควิด-19 เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า เมื่อใดก็ตามที่สัดส่วนการครองเตียงของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในห้องไอซียูทั่วประเทศ คิดเป็นมากกว่า 30% เมื่อนั้น รัฐบาลจะบังคับใช้มาตรการ “ล็อกดาวน์กับผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีน” กล่าวคือ การจำกัดการเคลื่อนไหวในสถานที่สาธารณะ และการห้ามออกจากบ้าน “หากไม่มีความจำเป็นยิ่งยวด”

ปัจจุบัน อัตราการครองเตียงของผู้ป่วยหนักโรคโควิด-19 ในห้องไอซียู อยู่ที่มากกว่า 20% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแบบอัตราเร่ง ผู้นำออสเตรีย กล่าวว่า ทิศทางดังกล่าวหมายความว่า การบังคับใช้มาตรการดังกล่าว “จำเป็นต้องเกิดขึ้นภายในระยะเวลาอีกไม่นานนี้”

อนึ่ง นับตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลออสเตรียบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นกับผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 คือการห้ามเข้าใช้บริการร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม สกีรีสอร์ท และ “สถานที่ให้บริการแบบปิด” อาทิ ร้านทำผม